น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า เลือกแบบไหนตรงใจสายควัน

น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า เลือกแบบไหนตรงใจสายควัน
       แน่นอนว่าส่วนประกอบที่สำคัญของบุหรี่ไฟฟ้าที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือ น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า เลือกแบบไหนตรงใจสายควัน นั่นเอง ซึ่งเจ้าน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า (E-Liquid หรือ E-Juice) ตัวนี้เองที่เป็นตัวกำหนด กลิ่น รสชาติ ปริมาณนิโคติน รวมไปถึงปริมาณควันของบุหรี่ไฟฟ้าเมื่อทำการสูบ โดยจะบรรจุอยู่ในตลับเก็บน้ำยาหรือที่เรียกว่าแทงค์แล้วเข้าสู่กระบวนการทําความร้อนก่อนที่จะกลายเป็นไอเพื่อให้ผู้ที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าสูบเข้าไปในปอด ดังนั้นสำหรับผู้ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าหรือกำลังตัดสินใจเลือกสูบบุหรี่ไฟฟ้าก็ควรที่จะมาทำความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ากันเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นส่วนประกอบสำคัญต่าง ๆ ที่ใช้ทำน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าว่ามีอะไรบ้าง มีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน รวมไปถึงวิธีการเลือกซื้อน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าแบบไหนดีที่เหมาะสมสำหรับตัวคุณ

       สารบัญ

       ส่วนประกอบสำคัญของน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า
       วิธีเลือกน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า
       สรุป

       ส่วนประกอบสำคัญของน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า

       ส่วนผสมสำคัญที่พบมากในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า (E-Liquid หรือ E-Juice) ก็จะมีอยู่ด้วยกัน 4 ชนิดดังนี้

       1. นิโคติน (Nicotine)

       สารสกัดจากใบยาสูบซึ่งเป็นสารเสพติดชนิดหนึ่ง สามารถพบได้ในบุหรี่ไฟฟ้ารวมไปถึงบุหรี่ตามปกติธรรมดาทั่วไป นอกจากนี้ก็ยังสามารถพบได้ในยานัตถุ์ ยาเส้นอีกด้วย การดูดซึมนิโคตินจะถูกดูดซึมเข้าสู่ทางผิวหนังและเยื่อเมือกบริเวณที่บุผิว เช่น ด้านในปากและในจมูก หรือผ่านการสูดดมทางปอด ความรวดเร็วรวมไปถึงปริมาณของนิโคตินที่ร่างกายได้รับก็จะขึ้นอยู่กับวิธีการเสพ โดยพบว่าการสูดควันเข้าไปจะทำให้ได้รับนิโคตินในปริมาณมากและเร็วกว่าการใช้วิธีอื่น ๆ เมื่อเสพนิโคตินเข้าไปก็จะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทโดยเข้าไปกระตุ้นระบบประสาททำให้รู้สึกมีความสุข แต่ถ้าหากได้รับนิโคตินในปริมาณที่มากก็จะมีผลทำให้หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง และทำให้เกิดการเสพติดได้
       ในขณะที่ความเป็นพิษของนิโคตินพบว่าหากได้รับในระยะยาวก็จะมีผลต่อเซลล์สืบพันธุ์ของมนุษย์และทำให้ทารกในครรภ์ผิดปกติได้ ส่วนความเป็นพิษเฉียบพลันก็คือจะมีอาการแสบร้อนคล้ายถูกไฟไหม้ คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย ปวดศีรษะ มึนงง เหงื่อออกมาก มีผื่นแดงที่ผิวหนัง แสบตา ตาแดง และอาจมีอาการชักที่สามารถนำไปสู่การหายใจล้มเหลวตามมาได้ นอกจากนี้ก็ยังสามารถส่งผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดรวมไปถึงระบบประสาทส่วนกลางได้อีกด้วย

       2. โพรไพลีนไกลคอล (Propylene Glycol; PG)

       เป็นสารเติมแต่งอาหารสังเคราะห์ที่เป็นของเหลวใสไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีรสชาติ มีคุณสมบัติในการดูดซับน้ำที่นิยมนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและยา ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ก็ได้กำหนดให้โพรไพลีนไกลคอลเป็นสารเติมแต่งอาหารที่มีความปลอดภัยและได้รับการอนุมัติให้สามารถนำไปใช้ในการผลิตอาหารได้ ซึ่งสารตัวนี้ก็สามารถทำหน้าที่ได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อเป็นสารปรับปรุงเนื้อสัมผัส การถนอมอาหารและยืดอายุเก็บรักษา สามารถใช้เป็นตัวทำละลายหรือจ้างพวกสารแต่งกลิ่นอาหาร ใช้ในเครื่องสำอาง ใช้สร้างเป็นส่วนประกอบในการทำไอหมอกสำหรับเวทีการแสดงต่าง ๆ แต่สารชนิดนี้ถ้าหากสัมผัสหรือสูดดมเข้าไปก็อาจทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณดวงตาและปอดได้

       3. กลีเซอรีน (Glycerine; GA)

       ตัวที่นำมาใช้เป็นน้ำยา e-Liquid สำหรับบุหรี่ไฟฟ้าก็จะเป็นสารที่ได้มาจากผักหรืออาจเรียกได้ว่าเป็น Vegetable Glycerine (VG) โดยเป็นกลีเซอรีนแบบเหลว เป็นแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งซึ่งเป็นของเหลวใส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น มีความหนืดและมีรสหวาน สามารถดูดซับความชื้นได้เมื่อสัมผัสกับอากาศ มีคุณสมบัติคล้ายกับมาเจอไรเซอร์ที่ทั้งช่วยหล่อลื่นและช่วยให้ความชุ่มชื้น โดยได้รับการยืนยันจากองค์การอาหารและยา (FDA) ว่าเป็นสารที่มีความปลอดภัยสามารถใช้ได้ในทั้งอาหารและยา ซึ่งก็ได้มีการนำเอากลีเซอรีนไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำและสุขอนามัยส่วนบุคคล อย่างเช่น ยาสีฟัน สบู่ ยาสระผม ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและยา เป็นต้น ซึ่งสารตัวนี้ก็ยังไม่ได้มีการรายงานว่าพบอันตรายที่เกิดขึ้นจากการสูดดมเมื่อเปลี่ยนรูปจากของเหลวกลายเป็นไอ

       4. สารแต่งกลิ่นและรส (Flavoring)

       สารในกลุ่มนี้ก็จะเป็นสารเคมีที่ใช้กันทั่วไปในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องสำอาง มีความปลอดภัยเมื่อรับประทานเข้าไป ซึ่งในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่ก็มักใช้สารแต่งกลิ่นและรสออกมาในลักษณะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นผลไม้ กลิ่นขนม กลิ่นเครื่องดื่ม เป็นต้น แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่มีรายงานที่ยืนยันได้ว่าสารแต่งกลิ่นและรสเหล่านี้สามารถทำให้เกิดอันตรายหรือเกิดผลกระทบต่อร่างกายเมื่อมีการเปลี่ยนรูปแบบกลายเป็นไอแล้วสูดดมเข้าไป

“น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า เลือกแบบไหนตรงใจสายควัน” ดูโปรโมชั่นล่าสุดได้ที่นี่ : Line : @kschill

       วิธีเลือกน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า

       1. เลือกปริมาณความเข้มข้นของนิโคตินที่เหมาะสม

       สำหรับน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีวางจำหน่ายกันอยู่ก็จะมีปริมาณความเข้มข้นของนิโคตินให้เลือกกันตั้งแต่ 0 mg ไปจนถึง 50 mg แต่ทั้งนี้ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าล้วนก็ต้องการสารนิโคตินด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งถ้าหากเป็นคนที่โดยปกติแล้วสูบบุหรี่จัดก็อาจจะเลือกน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีปริมาณนิโคตินเข้มข้น แต่ถ้าหากสูบบุหรี่แบบปานกลางไม่ค่อยบ่อยหรือนาน ๆ ทีสูบก็แนะนำให้เลือกน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีปริมาณนิโคตินลดลงมา ซึ่งก็แล้วแต่ความชอบของผู้สูบว่าปริมาณนิโคตินระดับไหนที่สูบแล้วรู้สึกว่าพอเหมาะพอดีตอบโจทย์ความต้องการสูบบุหรี่ให้กับตนเองมากที่สุด

       2. เลือกชนิดของน้ำยา

       น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีวางจำหน่ายกันอยู่ในปัจจุบันก็จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทก็คือ น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าแบบฟรีเบส (Freebase) ซึ่งน้ำยาแบบนี้จะมีความเข้มข้นของนิโคตินไม่ค่อยมากแต่จะให้ความรู้สึกบาดคอมากกว่าและได้ปริมาณควันที่มากกว่า เหมาะกับบุหรี่ไฟฟ้าที่มีกำลังวัตต์สูง ๆ และบุหรี่ไฟฟ้าที่รองรับการใช้น้ำยาแบบฟรีเบส ในขณะที่น้ำยาบุหรี่แบบซอลนิค (Saltnic) ก็เป็นน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าตัวใหม่ที่มีความเข้มข้นของนิโคตินค่อนข้างมาก โดยมีปริมาณตั้งแต่ 25-50 มิลลิกรัม จึงทำให้น้ำยาชนิดนี้ทำให้ผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้ารู้สึกอิ่มนิโคตินได้เร็วกว่า ให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลกว่าเวลาสูบ โดยส่วนใหญ่ก็จะใช้น้ำยาประเภทนี้กับบุหรี่ไฟฟ้าที่มีขนาดเล็กหรือที่มีกำลังวัตต์ต่ำ ๆ อย่างเช่น Pod System หรือพอตไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง เป็นต้น

       3. เลือกจากอัตราส่วน PG:VG

       ในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าหลายคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับอัตราส่วน PG:VG กันมาบ้าง ซึ่งก็คืออัตราส่วนระหว่างสารโพรไพลีนไกลคอล (PG) และกลีเซอรีน (VG) นั่นเอง โดยการเลือกอัตราส่วนของ PG:VG ในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าก็อาจจะเริ่มต้นกันที่อัตราส่วน 50:50 กันก่อน แล้วดูว่าความรู้สึกในการสูบนั้นเป็นอย่างไร ชอบหรือไม่ ซึ่งในอัตราส่วนนี้รสชาติของบุหรี่ไฟฟ้าที่ได้ก็คือจะมีควันที่ค่อนข้างหนาแน่นและให้รสชาติที่ไม่เข้มข้นมากนัก ถ้าหากอยากได้รสชาติของบุหรี่ที่เข้มข้นขึ้นก็อาจจะเพิ่มอัตราส่วนของ PG ให้มากขึ้น อย่างเช่นเป็น 60:40 หรือถ้าอยากได้ความเข้มข้นมาก ๆ ถูกแล้วรู้สึกสะใจก็อาจจะเลือกเป็นอัตราส่วน 80:20 เป็นต้น โดยยิ่งถ้ามีอัตรา PG ที่สูง รสชาติของบุหรี่ที่ได้ก็จะยิ่งมีความเข้มข้นและบาดคอมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

       4. เลือกจากกลิ่นที่ชอบ

       น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบันก็มีให้เลือกมากมายหลายกลิ่นตามความชอบของแต่ละคน โดยจะแบ่งออกเป็นน้ำยาบุหรี่กลิ่นผลไม้ เช่น กลิ่นองุ่น กลิ่นบลูเบอร์รี่ กลิ่นสตอเบอรี่ กลิ่นมะม่วง น้ำยาบุหรี่กลิ่นขนม อย่างเช่น กลิ่นวนิลา กลิ่นลูกอม กลิ่นขนมปังทาแยม และน้ำยาบุหรี่กลิ่นเครื่องดื่ม อย่างเช่น กลิ่นกาแฟ กลิ่นโคล่า กลิ่นโซดา เป็นต้น

       5. เลือกจากผู้ผลิต

       คุณภาพของน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าก็ขึ้นอยู่กับแหล่งผลิตกันอีกด้วย ซึ่งก็มีทั้งน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าอเมริกา น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ามาเลเซีย หรือน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าจากไทย ซึ่งน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าจากแต่ละที่หรือแต่ละผู้ผลิตก็จะมีจุดขายที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นความเย็น ความชุ่มฉ่ำ การถนอมคอยล์และตัวเครื่อง เป็นต้น

       สรุป

       ดังนั้นการเลือกน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าก็ต้องทำความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสารที่ใช้ในน้ำยาบุหรี่กันเสียก่อนเพื่อที่จะได้เลือกน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีความปลอดภัยได้คุณภาพ และมีรสชาติของบุหรี่ที่ให้ความรู้สึกตรงใจกับตนเองในขณะที่สูบได้มากที่สุด ซึ่งก็แนะนำให้ลองดูพวกรีวิวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าตัวที่สนใจว่าเป็นอย่างไร ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ามาใช้งานกันค่ะ

“หากใครสนใจ KS Kurve หรือบุหรี่ไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Kardinal Stick Classic , RELX Infinity, RELX Zero รวมไปถึงน้ำยา Pod บุหรี่ไฟฟ้าสำหรับรุ่นต่างๆที่กล่าวมา โดยสามารถเข้าเลือกซื้อเลือกหา และดูโปรโมชั่นสุดปังได้ที่นี่ : Line : @kschill”

REVIEW จากผู้ใช้ Relx และ Kardinal

ปุ่ม line@ kschill blog